ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot



Hi5 Clocks by zalim-code.com


พระนารายณ์ราชนิเวศน์ article

 

            พระนารายณ์ราชนิเวศน์  เป็นพระราชวังซึ่งสมเด็จพระนารายณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2209เพื่อใช้ประทับ ณ เมืองลพบุรี แบ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอก เขตพระราชฐานชั้นกลาง และเขตพระราชฐานชั้นใน กำแพงพระราชวังก่อด้วยอิฐถือปูน  มีใบเสมาเรียงรายบนสันกำแพง มีซุ้มประตูทั้งหมด 11 ซุ้ม ช่องประตูเข้าโค้งแหลม หลังคาประตูเป็นทรงจตุรมุข ตรงจั่วซุ้มประตูตกแต่งลายกระจังปูนปั้นที่วิวัฒนาการมาจากดอกบัว ที่ซุ้มประตูและกำแพงพระราชฐานชั้นกลาง และชั้นในมี ช่องเล็กๆ เจาะเป็นรูปโค้งแหลมคล้ายบัวเรียงเป็นแถว สำหรับวางตะเกียง ประมาณ 2,000 ช่อง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2399 เพื่อให้เป็นราชธานีชั้นใน และพระราชธานีชั้นใน และพระราชทานชื่อว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์" ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มอาคารสิ่งก่อสร้างภายในพระราชวัง ฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

          Phra  Narai Ratchanivet Built by King Narai in B.E.2209 as a royal abode. The palace is divided in outer and inner complexes. The palace was later renovated by King Rama IV in B.E.2399 and named Phra Narai Ratchanivet . Architecture within the palace is divided into 2 distinct periods;

 สิ่งก่อสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

 พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท   

 

            พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท   เป็นพระที่นั่งท้องพระโรง มียอดแหลมทรงมณฑป    ศิลปกรรมแบบไทยและฝรั่งเศสผสมผสานกัน ตรงกลางท้องพระโรงมีสีหบัญชรที่เสด็จออกเพื่อมีปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้าฯ  ท้องพระโรงตอนหน้าสร้างแบบฝรั่งเศส  ตัวมณฑปซึ่งอยู่ด้านหลังทั้งประตูและหน้าต่างเป็นซุ้มแบบไทย คือ ซุ้มเรือนแก้วฐานสิงห์  ในจดหมายเหตุทูตฝรั่งเศสกล่าวพรรณนาพระที่นั่งองค์นี้ว่า  " ตามผนังประดับด้วยกระจกเงา ซึ่งนำมาจากฝรั่งเศสเพดานแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมจตุรัส 4 ช่อง ประดับด้วยลายดอกไม้ทองคำ และแก้วผลึกที่ได้มาจากเมืองจีนงดงามมาก "  ผนังด้านนอกพระที่นั่งตรงมณฑปชั้นล่าง   เจาะเป็นช่องโค้งแหลมสำหรับวางตะเกียง

 พระที่นั่งจันทรพิศาล 

 

            พระที่นั่งจันทรพิศาล   สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2208เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ที่สร้างทับลงไปบนรากฐานเดิมของพระที่นั่ง ซึ่งพระราเมศวร โอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าอู่ทอง ได้ทรงสร้างเมื่อครั้งครองเมืองลพบุรีพระที่นั่งองค์นี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ด้านหน้ามีมุขเด็จ ภายหลังเมื่อได้สร้างพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ขึ้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งองค์ใหญ่ และโปรดให้ใช้พระที่นั่งจันทรพิศาลเป็นที่ออกขุนนาง ซึ่งตรงกับบันทึกของชาวฝรั่งเศสว่าเป็นหอประชุมองคมนตรี ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงบูรณะพระที่นั่งองค์นี้ตามแบบเดิม

            Chanthara Phisan Throne Hall  Commissioned to built in 2208 B.E. by King Narai the Great in traditional.. Thai architeacturai style .The front was used to grant audience to senior palace officials and Privy councilors which is in accordance to French records that mention the hall as a meeting place for the Privy Council.

 พระที่นั่งสุทธาสวรรย์  

 

              พระที่นั่งสุทธาสวรรย์   เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน บันทึกของชาวฝรั่งเศสกล่าวไว้ว่า "พระที่นั่งองค์นี้ตั้งอยู่ในพระราชอุทยานที่ร่มรื่น ทรงปลูกพรรณไม้ต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง หลังคาพระที่นั่งมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง ที่มุมทั้งสี่มีสระน้ำขนาดใหญ่ 4 สระ เป็นที่สรงสนานของพระเจ้าแผ่นดิน"  สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งองค์นี้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2231

ตึกพระเจ้าเหา  

 

             ตึกพระเจ้าเหา   ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเขตพระราชฐานชั้นนอก ตึกหลังนี้แสดงให้เป็นถึงลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้อย่างชัดเจนมาก  เป็นตึกที่สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ยกพื้นสูงขึ้นไปประมาณ 1 เมตร ตัวตึกเป็นรูปทรงไทย ฐานก่อด้วยศิลาแลง แล้วจึงก่อด้วยอิฐขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง  ปัจจุบันเหลือแต่ผนัง  ประตูหน้าต่างทำเป็นซุ้มเรือนแก้วฐานสิงห์ ด้วยเหตุว่า ภายในตึกมีฐานชุกชีปรากฏให้เห็นอยู่ และชาวฝรั่งเศสได้ระบุว่าเป็นวัด จึงสันนิษฐานว่าเป็นหอพระประจำพระราชวัง ตึกพระเจ้าเหาในตอนปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระเพทราชาและขุนหลวงสรศักดิ์ ใช้ตึกพระเจ้าเหาเป็นที่นัดแนะประชุมขุนนางและทหาร  เพื่อแย่งชิงราชสมบัติ ขณะที่สมเด็จพระ-นารายณ์มหาราช ทรงพระประชวรหนัก

ตึกสิบสองท้องพระคลัง  หรือพระคลังศุภรัตน์

 

  

            ตึกสิบสองท้องพระคลัง  หรือพระคลังศุภรัตน์ เป็นตึกที่ตั้งเรียงรายอยู่ระหว่างอ่างเก็บน้ำและตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง เป็นอาคารที่สร้างอย่างมีระเบียบด้วยอิฐ เป็น 2 แถว ยาวเรียงชิดติดกัน มีถนนผ่านกลาง รวม 12 หลัง เข้าใจว่าเป็นคลังเก็บสินค้าหรือเก็บสิ่งของที่ใช้ในราชการ

ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง  

 

             ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง  ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ใกล้กับหมู่ตึกสิบสองท้องพระคลัง เป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางอุทยานรอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบ ภายในคูมีน้ำพุพุ่งเรียงรายได้ระยะ 20 แห่ง จากเค้าโครงที่เหลือแสดงให้เห็นว่าในสมัยก่อนคงจะสวยงามมาก  ทางด้านหน้าตึกเลี้ยงรับรอง มีรากฐานเป็นอิฐแสดงให้เห็นว่าตึกหลังเล็ก ๆ คงจะเป็นโรงมหรสพ  ซึ่งมีการแสดงให้แขกเมืองชมภายหลังการเลี้ยงอาหาร สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตฝรั่งเศส ณ สถานที่แห่งนี้ในปี พ.ศ.2228 และ พ.ศ.2230

อ่างเก็บน้ำหรือถังเก็บน้ำประปา  

             อ่างเก็บน้ำหรือถังเก็บน้ำประปา   ก่อด้วยอิฐยกขอบเป็นกำแพงสูงหนาเป็นพิเศษ ตรงพื้นมีท่อดินเผาฝังอยู่เพื่อ จ่ายน้ำไปใช้ตามตึกและพระที่นั่งต่าง ๆ โดยท่อดินเผาจากทะเลชุบศรและอ่างซับเหล็ก ตามบันทึกกล่าวว่า ระบบการจ่าย    ทดน้ำเป็นผลงานของชาวฝรั่งเศสและอิตาเลี่ยน

โรงช้างหลวง   


 

             โรงช้างหลวง  ตั้งเรียงรายเป็นแถวชิดริมกำแพงเขตพระราชฐานชั้นนอกด้านในสุด  โรงช้างส่วนใหญ่ปรักหักพังเหลือแต่ฐานปรากฏให้เห็นเป็นประมาณ 10 โรง ช้างซึ่งยืนโรงพระราชวังเป็นช้างหลวง หรือช้างสำคัญสำหรับใช้เป็นพาหนะของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่

 
 สิ่งก่อสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          ประกอบด้วย หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎและอาคารต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์

หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ  

 

              หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ  สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จบูรณะเมืองลพบุรี ประกอบด้วย พระที่นั่ง 4 องค์ คือ พระที่นั่งพิมานมงกุฎ เป็นที่ประทับ พระที่นั่งวิสุทธิวินิจฉัย เป็นท้องพระ-โรงเสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน
พระที่นั่งไชยศาสตรากร เป็นที่เก็บอาวุธ พระที่นั่งอักษรศาสตราคม เป็นที่ทรงพระอักษร ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชทานให้เป็นศาลากลางจังหวัด ต่อมาเมื่อศาลากลางจังหวัดย้ายไปอยู่ที่เมืองใหม่ พระที่นั่งหมู่นี้จึงรวมกับพระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์

หมู่ตึกพระประเทียบ 


 

               หมู่ตึกพระประเทียบ   ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งพิมานมงกุฎ ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานฝ่ายในเป็นตึกชั้นเดียว 2 หลัง ก่อด้วยอิฐปูน 2 ชั้น มี 8 หลัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายในที่ตามเสด็จ   รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองลพบุรี

ทิมดาบหรือที่พักของทหารรักษาการณ์  

 

 

 

               ทิมดาบหรือที่พักของทหารรักษาการณ์   เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นกลาง ข้างประตูทั้งสองด้าน ตรงบริเวณสนามหญ้าจะเห็นศาลาโถงข้างละหลัง  นั่นคือตึกซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักของทหารรักษาการณ์ในเขตพระราชวัง  สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4

 

 




แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

สวนสัตว์สระแก้ว
ทุ่งทานตะวัน
เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าซับลังกา
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ศาลพระกาฬ
พระปรางค์สามยอด article
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดเขาพระงาม หรือวัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร
วัดยาง ณ รังษี และพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้าน
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พระที่นังไกรสรสีหราช (พระที่นั่งเย็นหรือตำหนักทะเลชุบศร)
วัดตองปุ
วัดมณีชลขัณฑ์
วัดนครโกษา
บ้านหลวงรับราชพูต หรือบ้านหลวงวิชาเยนทร์
วัดเสาธงทอง
เทวสถานปรางค์แขก
ศาลหลักเมือง หรือศาลลูกศร
สวนสัตว์ลพบุรี
อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก
วัดไลย์
เขาสมอคอน
หอไตรวัดท่าแค
เขาวงพระจันทร์
พิพิธภันฑ์บ้านโป่งมะนาว
เขตห้ามล่าพันธ์สัตว์ป่าเขาสมโภชน์
สวนรุกขชาติน้ำตกวังก้านเหลือง
ถ้ำเอราวัณ (ถ้ำเทวาพิทักษ์)
น้ำตกสวนมะเดื่อ
สระแก้ว
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์
วัดชีป่าสิตาราม



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี
สนามกีฬาพระราเมศวร ถนนนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี รหัสไปรษณีย์ 15000
โทรศัพท์ 0 3641 1132, 0 3642 0309 โทรสาร 0 3642 0309