ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot



Hi5 Clocks by zalim-code.com


ท่องเที่ยว-ลงทุนมีทรุดกับพัง

 

ท่องเที่ยว-ลงทุนมีทรุดกับพัง คนไทยมืดมนแก้ปัญหาต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ [8 ต.ค. 51 - 04:48]
 
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอ การค้าไทยกล่าวให้ความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังปะทุกันอย่างรุนแรงขณะนี้ว่า สถานการณ์ยังไม่นิ่งพอที่จะประเมินอะไรได้ เพราะชั่วโมงนี้มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลา แต่กังวลว่าการสลายผู้ชุมนุมเพื่อเปิดทางให้ ส.ส.เข้าไปประชุมสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.นี้ อาจเป็นชนวนให้ เกิดความรุนแรงหรือไม่ ซึ่งภาคธุรกิจมองว่าหากลุกลามถึงขั้นปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ ตัดน้ำ ตัดไฟ จะส่งผลไม่ดีต่อธุรกิจการค้าของประเทศ รวมถึงการส่งออกและการท่องเที่ยว

“วิกฤติเศรษฐกิจโลกกำลังเลวร้ายมาก และอีก 2-3 เดือน จะแย่หนักต่อไปอีก ซึ่งกระทบต่อประเทศไทยแน่ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ในสถานการณ์เช่นนี้ ประเทศจำเป็นต้องมีการบริหารรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อลดผลกระทบในทุกๆวัน ทุกฝ่ายต้องช่วยกันลดความขัดแย้งด้วยวิธีสันติ หากภายนอกแย่ ภายในอ่อนแอ ประเทศจะเสียหาย ดังนั้น ต้องช่วยประคับประคองไป และในฐานะประชาชนต้องการให้ประเทศมีการบริหารจัดการต่อไป จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆโดยไม่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นประเทศเหมือนเรือที่ลอยเท้งเต้ง อยู่กลางทะเล”
 
นายประมนต์กล่าวว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะได้รับผลกระทบกระเทือนมาก จากวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น แม้ใครมองว่าไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ความเป็นจริงไทยน่าจะได้รับผลกระทบทางอ้อมและรุนแรงกว่าที่คาดไว้ หากสถานการณ์ในประเทศไม่สงบนิ่ง จะทำให้ผู้ค้าต่างประเทศไม่มั่นใจและเกิดคำถามตามมามากมาย

ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า วัฒนธรรมคนไทยไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรง ดังนั้น เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ต่อจากนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร แต่ไม่อยากให้ปัญหาลุกลามไปถึงการตัดน้ำ ตัดไฟ ซึ่งจะกระทบต่อการค้าแน่นอน และหากยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นจะกระทบต่อการ ลงทุนต่างประเทศ นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นสะท้อน ว่าปัญหาการเมืองยังไม่จบสิ้น แม้ก่อนหน้านี้คิดว่าการมีรัฐบาลใหม่จะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการลงทุน และการท่องเที่ยวแน่นอน เมื่อรวมกับปัจจัยส่งออกที่ชะลอตัวในปีหน้าก็เกรงว่าจะกระทบต่อการขยายตัว

ท่องเที่ยวเร่งแจงข้อมูลทั่วโลก 
 ขณะที่นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้คล้ายว่าจะบานปลายออกไป จากช่วงก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเรียบร้อยดี แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ รัฐบาลจะต้องดูแลสถานการณ์ไม่ให้บานปลายออกไปอีก ไม่อยากให้เหตุการณ์ลุกลามกว่านี้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคให้ชะลอการจับจ่ายใช้สอยลงไปอีกจนถึงสิ้นปีนี้ และกระทบภาคธุรกิจในที่สุด ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกไทย กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้คนไทยต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เนื่องจากภาพที่ออกมารุนแรงในสายตาของนักลงทุนต่างชาติและกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพราะนอกจากปัจจัยจากภายนอกยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองและทำให้เลวร้ายลงไปอีก โดยเฉพาะผลกระทบการท่องเที่ยวและตลาดทุน ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นขั้นวิกฤติ จึงอยากให้ทุกฝ่ายตระหนักผลกระทบที่คนไทยจะได้รับหลังจากนี้ไปจะมีมากขึ้นและอาจทำให้บ้านเมืองล่มสลายได้

ขณะที่นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้เรียกประชุมรองผู้ว่าการ ททท.ทั้งหมด และประชุมศูนย์ ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤติ (ศวก.) ททท. เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งไปยังสำนักงาน ททท.ที่อยู่ในต่างประเทศ 22 สำนักงาน เพื่อให้ชี้แจงต่อไปยังเอเย่นต์ทัวร์และนักท่องเที่ยวว่า เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัดต่อเนื่องจากทำเนียบรัฐบาลไปยังรัฐสภา  ซึ่งอยู่บริเวณ ใกล้กันกินพื้นที่ 3 ตร.กม. และเป็นเรื่องระหว่างผู้ชุมนุมและตำรวจ ส่วนประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถใช้ชีวิตตามปกติในพื้นที่อื่นๆ

ทั้งนี้ ททท.ยังต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์และรายงานไปต่างประเทศเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกและขณะนี้อยู่ในช่วงรับคณะ Mega FamTrip ตามโครงการ Invitation to Visit Amazing Thailand 2009 ประกอบด้วยเอเย่นต์ทัวร์และสื่อมวลชนจากทั่วโลก ที่เดินทางเข้ามาไทยรวม 1,068 คน ซึ่ง ททท.ตั้งใจปรับแผนให้คณะที่เข้ามาได้รับฟังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในไทย อย่างไรก็ตาม ยังไม่อยากประเมินผลกระทบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และรู้สึกเสียใจที่เหตุการณ์ดูจะดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงไปอีก
 
ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟสต้า) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีความเชื่อมั่นอะไรแล้วว่าอนาคตภาคการท่องเที่ยวจะไปทางไหน เพราะไม่มีปัจจัยบวกส่งเสริมการท่องเที่ยว มีแต่ปัจจัยลบวนเวียน 100% ทั้งปัญหาวิกฤติการเงินสหรัฐฯและสถานการณ์การเมืองในไทยยังกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง

“สถานการณ์ตอนนี้แย่เหมือนผสมโรงพายุ 2 ลูก มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจไม่แน่นอนแล้วยังมีเรื่องการเมืองมาผสมถือว่าปัจจัยลบครบ 100% ต่อให้มีอัศวินขี่ม้าขาวมา 10 ตัว ก็ช่วยไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือต้องประคองสถานการณ์ท่องเที่ยวกันไปให้ดี ทั้งนี้ สมาชิกเฟสต้าจะหารือรับมือในวันที่ 10 ต.ค.นี้”

ต่างชาติเทขายหุ้นไทยแสนล้าน
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) อยุธยา กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงเป็นผลกระทบมาจาก 2 เรื่องคือปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯที่มีผลกระทบทั่วโลกและมีผลถึงไทย ทำให้ต่างชาติเทขายหุ้นทั่วเอเชีย เพื่อนำสภาพคล่องกลับไปช่วยเหลือในสหรัฐฯ และปัญหาการเมืองในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนวิตกกังวลและกระทบความมั่นใจนักลงทุนทางจิตวิทยา
 
“ทุกคนไม่อยากเห็นความรุนแรงและต้องติดตามท่าทีของรัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะต้องยอมรับว่า สภาพจิตใจของนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ หากนักลงทุนตื่นตระหนก จะยิ่งขายหุ้นออกมา ส่วนตลาดหุ้นไทยถือว่าตกลงมาเร็วและแรงกว่าที่คาดไว้ จากเดิมจุดต่ำสุดอยู่ที่ 600 จุด แต่ขณะนี้ทะลุต่ำกว่า 550 จุดและมีแรงขายอย่างต่อเนื่อง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายหุ้นไทย ดัชนีแดงเถือกตลอดทั้งวันจากกระแสข่าวการยุบสภา และการประกาศภาวะฉุกเฉิน แม้กระแสข่าวจากต่างประเทศจะมีทิศทางดีขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่สามารถฉุดดัชนีไทยให้ปรับตัวดีขึ้นตาม จนปิดตลาดที่ 528.71 จุด ลดลง 23.09 จุด หรือ 4.18% มูลค่าซื้อขาย 16,313 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 803.99 ล้านบาท หากนับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปี 2541-2551 พบว่า ณ วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นไทยออกไปแล้วทั้งสิ้น 128,912 ล้านบาท และยังเหลือเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยอีก 112,251 ล้านบาท ที่จะสามารถขายหุ้นออกไปเพื่อนำเงินกลับต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์เชื่อว่าการขายหุ้น ของนักลงทุนต่างชาติในช่วงต่อไปอาจจะไม่มากเหมือนช่วงที่ผ่านมา. 
 




ข่าวสารการท่องเที่ยว

มาร์คจ่อเลิก 'อีลิทการ์ด'
ประกาศผลรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 7 ประจำปี 2551
งานวันลอยกระทง ประจำปี 2551
ททท. ดึงคนเวียดนามเพิ่มยอดเที่ยวไทย
คำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยว
สุขสนุกไปกับรถไฟท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว,พาชิม
เมืองลิงลพบุรี เมืองนี้มีอะไร ?



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี
สนามกีฬาพระราเมศวร ถนนนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี รหัสไปรษณีย์ 15000
โทรศัพท์ 0 3641 1132, 0 3642 0309 โทรสาร 0 3642 0309